By Lukman Otunuga @Lukman_FXTM, Research Analyst with FXTM. Translated by Wordwide FX Financial Translations

จีนตอบโต้ทางการค้า มีการลงทุนโดยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเนื่องจากนักลงทุนระวังตัว

คำเตือนและความกังวลที่เพิ่มขึ้นบ่งบอกถึงบรรยากาศในตลาดเงิน ขณะที่นักลงทุนรัดเข็มขัดและเตรียมพร้อมสำหรับการพลิกผันอันน่าตกใจซึ่งเป็นปฏิกิริยาจากความตึงเครียดที่มากขึ้นระหว่างสองประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อความรู้สึกทั่วโลก  

เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลปักกิ่งตอบโต้การขึ้นภาษีของ Trump โดยเปิดเผยว่าจะขึ้นภาษีเป็น 25% สำหรับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า $60 พันล้าน หน่วยงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ประกาศว่ารายการสินค้าจีนมูลค่า $300 พันล้านจะถูกเก็บภาษี 25% หลังรัฐบาลปักกิ่งออกประกาศ ส่งผลให้ความกลัวว่าจะเกิดสงครามการค้ายกระดับเพิ่มขึ้นอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน 

คาดว่าความกลัวว่าจะเกิดสงครามการค้ายังคงเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน การหมดความสนใจลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสะท้อนให้เห็นทั่วตลาดเอเชียในเช้าวันนี้โดยดัชนีหุ้นเป็นสีแดงขณะที่เขียนรายงาน หุ้นยุโรปยากที่จะยืนบวกเนื่องจากสถานการณ์ในตลาดเอเชียส่งผลให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เงินเยนกลับมาบวกจากเดิมเล็กน้อยแต่ยังคงเป็นตัวเลือกสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้เทรดค่าเงิน  

Trump กล่าวว่าเขาจะไปพบกับ Xi Jinping จากจีน…แต่ตลาดจะรับฟังหรือไม่

ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวว่าเขาจะไปพบกับประธานาธิบดี Xi Jinping ในงานประชุมของกลุ่ม G20 ช่วงปลายมิถุนายน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงการพลิกผันและความผิดหวังเกี่ยวกับการหารือเรื่องการเทรดหลายๆ ครั้ง จึงอาจไม่มีใครใส่ใจคำพูดดังกล่าว 

ตลาดน่าจะไม่ค่อยเชื่อคำพูดของ Trump เมื่อคำนึงถึงหลายสถานการณ์ในอดีตซึ่งไม่ได้คลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน


ทองคำยังคงเป็นดาวรุ่ง 

ทองคำเป็นที่ต้องการอย่างไม่น่าเชื่อในช่วงต้นสัปดาห์โดยราคาวิ่งขึ้นไปหาแนวต้านทางจิตวิทยาที่ $1300 เนื่องจากการลงทุนโดยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทำให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ความต้องการโลหะมีค่าชนิดนี้ยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าที่ร้อนแรง ซึ่งส่งผลลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก 

ตามภาพทางเทคนิคด้านล่าง ทองคำกำลังเปลี่ยนเป็นภาวะกระทิงในกราฟรายวันเนื่องจากราคาทะลุเหนือจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นกว่าเดิมที่ $1290 การทะลุขึ้นอย่างแข็งแกร่งและการปิดรายวันเหนือ $1300 อาจสนับสนุนให้เกิดการปรับตัวขึ้นไปที่ $1310 และ $1324 ตามลำดับ

 
จุดสนใจในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ – น้ำมัน WTI 

ภาวะกระทิงของน้ำมันดูหมดแรงและพร้อมที่จะหยุดลงตั้งแต่เนิ่นๆ ในไตรมาสนี้ และยังคงแสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องในความเคลื่อนไหวของราคา ฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์จากจุดสูงสุดตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันที่ $74.75/bbl ในวันที่ 25 เมษายน ส่วนปัจจุบัน ฟิวเจอร์สยังคงไม่ไปไหนอยู่ที่ระดับประมาณ $70/bbl เป็นส่วนใหญ่

ภาวะกระทิงกำลังพยายามหาแรงสนับสนุนจากความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์การเมืองในตะวันออกกลาง การหยุดชะงักของอุปทานในไนจีเรีย เวเนซุเอลาและ OPEC ที่ทำให้เกิดการลดอุปทานการผลิต ความไม่แน่นอนในการพัฒนาทางการค้าของสหรัฐ-จีนที่กำลังเพิ่มขึ้นก่อให้เกิดปัญหาต่ออุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในอนาคตและยังคงถ่วงราคาน้ำมันต่อไป

ทุกสายตาจะรอดูการประชุมคณะกรรมการ OPEC+ ที่เมืองเจดดาห์ในสัปดาห์นี้ ซึ่งนักลงทุนจะได้วิเคราะห์คำใบ้ใหม่ๆ เกี่ยวกับโครงการลดกำลังการผลิตของ OPEC+ ในอนาคต OPEC จะเห็นชอบให้ลดหรือล้มเลิกการลดกำลังการผลิตในเดือนมิถุนายนหรือไม่ นี่คือคำถามที่นักลงทุนหลายๆ คนมี